Safety vegetable

Safety vegetable

ปริมาณของผักผลไม้ที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ = 400 กรัม/วัน (สำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป) หรือเท่ากับ ผักสุก 3 ส่วน (ส่วนละ 80 กรัม) ประมาณ 6 ทัพพี/วัน และ ผลไม้วันละ 2 ส่วน/วัน

การเลือกชนิดของผักก็สำคัญ ผักผลไม้แต่ละชนิดจะให้สารอาหารมากน้อยแตกต่างกัน เราควรกินให้หลากหลายในปริมาณที่เพียงพอ ซึ่งที่อาจจะทำให้ผู้บริโภคสับสนอาจจเป็นเรื่องการจัดประเภทผลผลิตทางการเกษตร ดังตารางด้านล่างนี้

 ปุ๋ยเคมียาฆ่าแมลงยากำจัดศัตรูพืชฮอร์โมนสังเคราะห์ความปลอดภัยต่อผู้บริโภคมาตรฐาน
ผักอนามัย///ไม่ระบุ/GAP
ผักปลอดภัย/XXไม่ระบุ/GAP
ผักไร้สารXXXไม่ระบุ/PGS
ผักอินทรีย์XXXX/เกษตรอินทรีย์

ในปัจจุบันมีความพยายามที่จะทำให้สังคมเข้าใจว่าอาหารอินทรีย์หรือออร์แกนิคมีผลดีต่อสุขภาพเหนือกว่าอาหารไม่อินทรีย์เป็นอย่างมาก แต่หลักฐานทางวิชาการไม่ได้เป็นเช่นนั้น

นักวิทยาศาสตร์พร่ำบอกว่าสารทุกชนิดในโลกเป็น “สารเคมี” พืช สัตว์ และสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลายทำปฏิกิริยาเคมีมากมายหลายอย่างเพื่อการดำรงอยู่และการเจริญเติบโต ทั้งนี้ปุ๋ยก็เป็นธาตุอาหารพืชและไม่ได้เป็นพิษภัยต่อร่างกาย เหมือนยาฆ่าแมลงหรือยากำจัดศัตรูพืช

การทำเกษตรอินทรีย์ทุกวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงความพยายามที่จะผลิตผลผลิตทางการเกษตรในแบบที่บรรพบุรุษของเราเคยทำเท่านั้น แต่มีแนวคิดว่าต้องไม่ใช้สารเคมีอย่างเด็ดขาด เพราะสารเคมีเป็นสิ่งไม่ดีไม่ว่ากรณีใด ๆ โดยไม่ต้องคำนึงถึงหลักการหรือความจริงทางวิทยาศาสตร์เลย

อันที่จริงอาหารอินทรีย์ ดีกับผู้บริโภคไม่มากไปกว่าอาหารที่ถูกเลี้ยงแบบธรรมดา การศึกษาทางด้านนี้ที่สมบูรณ์ที่สุดน่าจะเป็นผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Annals of Internal Medicine ในปี ค.ศ. 2012 นักวิจัยของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดดำเนินการรีวิวผลงานวิจัยในวารสารทางการแพทย์ต่าง ๆ ในช่วงปีค.ศ. 1996 ถึง 2009 ซึ่งเปรียบเทียบอาหารที่ปลูกเลี้ยงแบบอินทรีย์และแบบธรรมดา การศึกษาทั้งหมด 224 เรื่องศึกษาไปในทางคุณค่าทางโภชนาการและการปนเปื้อนทางจุลินทรีย์และสารกำจัดศัตรูพืชและโลหะหนักของพืชที่ปลูกแบบอินทรีย์และแบบธรรมดา

ในเรื่องทั้งหมดนี้ 153 เรื่องเน้นไปในทางผักผลไม้และธัญพืช และอีก 71 เรื่องศึกษาเกี่ยวกับเนื้อ ไข่ และเนื้อสัตว์ปีก โดยรวมแล้วนักวิจัยของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดไม่พบความแตกต่างอย่างมีความหมายระหว่างอาหารอินทรีย์กับอาหารธรรมดาในแง่โภชนาการและการปนเปื้อน ทางด้านการปนเปื้อน เขาพบว่าอาหารธรรมดามีการปนเปื้อนสารกำจัดศัตรูพืชมากกว่าอาหารอินทรีย์เล็กน้อยในระดับที่พอตรวจพบได้ แต่ต่ำกว่าค่าสูงสุดที่ยอมให้มีได้ในผลผลิตเป็นอันมากจนไม่มีนัยสำคัญทางคลินิก ส่วนอาหารอินทรีย์ก็ปนเปื้อนจุลินทรีย์ เช่น E. coli มากกว่าอาหารธรรมดาเล็กน้อยแต่ไม่มีนัยสำคัญเช่นกัน

เพื่อที่จะประเมินผลของอาหารอินทรีย์และอาหารธรรมดาที่มีต่อสุขภาพคน ผู้วิจัยเหล่านี้วิเคราะห์ผลของการศึกษาที่ดำเนินการกับประชากร 14 กลุ่ม การศึกษาเหล่านี้มีผู้เข้าร่วม 13,800 คน การศึกษา 2 รายทดสอบกับเด็กและสตรีมีครรภ์ การศึกษา 11 รายทดสอบกับผู้ชายและสตรีไม่มีครรภ์ และการศึกษา 1 รายมุ่งไปในการหาอาการเจ็บป่วย สรุปว่าการศึกษาทั้งหมดพบว่า “อาหารอินทรีย์และไม่อินทรีย์ ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ”

เรียบเรียงจากบทความ ผศ. ดร. ยงยุทธ เจียมไชยศรี